|
 |
เดอะพอส โฮมเซ็นเตอร์ |
บริการให้คำปรึกษา |
เกี่ยวกับโรคเอดส์ |
0 2396 0435 |
 |
วันเสาร์และวันอาทิตย์ |
เวลา 9.00น. - 18.00น. |
|
|
|
|
เอดส์คืออะไร |
|
|
|
|
|
|
|
็HIV หรือ Human Immunodeficiency Virus หมายถึงเชื้อไวรัสเอชไอวี ซึ่งสามารถแบ่งตัวในเซลล์ของคน เช่น เม็ดเลือดขาว เซลล์สมอง เมื่อติดเชื้อ ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานต่อต้านเชื้อไวรัส แต่ไม่สามารถกำจัดให้หมดได้ เชื้อยังคงอยู่ในเม็ดเลือดและแพร่ต่อไปได้ และจำทำลายเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมระบบภูมิต้านทางของร่างกาย ทำให้ภูมิต้านทานลดลง |
 |
|
|
 |
|
|
|
เอดส์ หรือ AIDS (Acquired Immuno Deficiency Syndrome) เป็นกลุ่มอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเพราะร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเอดส์เอชไอวี ( HIV) ซึ่งจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ที่เป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดน้อยลง จึงทำให้ติดเชื้อโรคฉวยโอกาสแทรกซ้อนเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น เช่น วัณโรคในปอด หรือต่อมน้ำเหลือง เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา โรคผิวหนังบางชนิด หรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ผู้ค้นพบเชื้อไวรัสเอดส์ |
|
|
|
| ในปี พ.ศ. 2526 Luc Montagnier ชาวฝรั่งเศส สามารถแยกเชื้อจากต่อมน้ำเหลืองของผู้ป่วย และตั้งชื่อว่า Lymphadenopathy Assoiciated Virus หรือ LAV และในเวลาใกล้เคียงกัน Robert Gallo นายแพทย์ชาวอเมริกันก็สามารถแยกเชื้อจากเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วย และตั้งชื่อว่า Human T cell Lymphotropic Virus Type III หรือ HTL V III ต่อมา Levy นายแพทย์ชาวอเมริกันสามารถแยกเชื้อชนิดเดียวกันนี้และตั้งชื่อว่า AIDS related virus จากการศึกษาในเวลาต่อมา พบว่าเชื้อทั้ง 3 ตัวนี้น่าจะเป็นเชื้อตัวเดียวกันจึงตกลงตั้งชื่อให้เป็นสากลว่า Human Immounodeficiency Virus หรือ HIV |
 |
|
|
|
|
|
| |
ประวัติเกี่่ยวกับโรคเอดส์ |
|
|
โรคเอดส์พบครั้งแรกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2524 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ป่วยเป็นชายรักร่วมเพศป่วยเป็นปอดบวมจากเชื้อ นิวโมซีสตีส แครินิอาย (Pneumocystis Carinii) ทั้งที่เป็นคนแข็งแรงมากมาก่อน และไม่เคยใช้ยากดภูมิต้านทาน
ผลการตรวจทางห้องปฎิบัติพบว่า เซลล์ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ จากการศึกษาย้อนหลัง พบว่าโรคนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแถบ อัฟริกาตะวันตกในปี พ.ศ. 2503 และต่อมาได้แพร่ไปยังเกาะไฮติ ทวีปอเมริกา ยุโรป และเอเซียรวมทั้งประเทศไทยด้วย สำหรับผู้ป่วยเอดส์รายแรกในประเทศไทยนั้นเป็นชายอายุ 28 ปีเดินทางไปศึกษาต่อที่อเมริกาและมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ เริ่มมีอาการในปี พ.ศ. 2526 ได้รับการตรวจและรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอเมริกา พบว่าปอดอักเสบจากเชื้อ Pneumocystis Carinii แพทย์ลงความเห็นว่าเป็นโรคเอดส์ จึงกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2527 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
|
|
|
| |
อาการของโรคเอดส์ |
|
| โดยปกติผู้ที่ได้รับเชื้ออาจจะไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด ระหว่างนี้สุขภาพร่างกายจะแข็งแรงเหมือนคนปกติทั่วไป หากไม่ได้รับการตรวจเลือด และไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ เมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ก็สามารถถ่ายทอดเชื้อไปสู่คู่ที่มีเพศสัมพันธ์ได้ ซึ่งส่วนใหญ่การติดเชื้อมักเป็นกลุ่มที่ไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้อ หรือไม่ได้รับการตรวจเลือด ผู้ที่ได้รับเชื้อแล้ว อาจมีอาการต่างๆ ดังนี้
- มีเชื้อราในช่องปากและลำคอ
- มีต่อมน้ำเหลืองโต บริเวณ คอ รักแร้ ขาหนีบ
- เป็นงูสวัด หรือแผลเริมชนิดลุกลาม
- มีอาการเรื้อรังเกินกว่า 4 สัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น มีไข้ ท้องเสีย ผิวหนังอักเสบ น้ำหนักลดเป็นต้น
จากอาการดังที่ได้กล่าวข้างต้นนั้น ไม่สามารถวินิจฉัยได้แน่นอนหรือเป็นอาการที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคเอดส์ทั้งหมด เนื่องจากบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้รับเชื้อก็อาจมีอาการเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน ในกรณีที่เป็นผู้ติดเชื้อ หากไม่ได้รับการรักษาที่ดีและถูกต้อง หรือไม่ได้รับยาต้านไวรัสเอดส์ ก็อาจมีพัฒนาเป็นผู้ป่วยเอดส์ได้เร็วกว่าปกติ |
|
| |
เอดส์ ติดต่อกันได้อย่างไร |
|
เอดส์ สามารถติดต่อกันได้เพียง 3 ทางเท่านั้นคือ
- การมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้ป้องกัน
- การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
- การถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก
ปัจจุบันวิวัฒนาการทางด้านการแพทย์ สามารถช่วยลดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้ สำหรับสถานพยาบาลหรือ สถานที่ให้บริการรักษานั้น จะเปลี่ยนเข็มใม่ทุกครั้ง การติดต่อคงมีเพียงสาเหตุหลักใหญ่ๆ คือการมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้ป้องกัน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการสามารถอยู่ร่วมกันกับผู้ติดเชื้อได้อย่างปกติสุข |
|
| |
เอดส์ป้องกันได้อย่างไร |
|
การป้องกันการติดเชื้อเอดส์ สามารถป้องกันได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้
- ปรับแนวความคิดใหม่ โดยมีความรักเดียวใจเดียว และมีเพศสัมพันธ์กับคู่ครองเพียงคนเดียว นอกจากป้องกันการติดเชื้อเอดส์ และเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์อื่นๆ แล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงและความสุขในครอบครัวอย่างถาวรได้อีกด้วย
- กรณีที่มีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่ใช่คู่ของตนเอง ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และให้อย่างถูกวิธีดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ถุงยางอนามัย
- ควรตรวจเลือดก่อนแต่งงานและก่อนตัดสินใจมีบุตร (ควรปรึกษากัน และหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจก่อนตรวจ เพราะตรวจเลือดเป็นสิทธิส่วนบุคคล)
- หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับบุคคลอื่น ควรใช้เข็มใหม่ทุกครั้งเมื่อจำเป็น
- ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทางอ้อมที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ปัจจัยเสี่ยง
|
|
| |
เอดส์รักษาได้จริงหรือ |
|
| ปัจจุบันนี้ สามารถที่จะบอกได้ว่าเอดส์สามารถรักษาได้ตามขั้นตอนการรักษาอย่างถูกต้อง และได้รับการรับรองจากทางการแพทย์เท่านั้น แม้การรักษานั้นจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้อย่างสิ้นเชิง แต่นับว่ามีความก้าวหน้าต่อการรักษาอย่างมาก ผู้ติดเชื้อจะมีสุขภาพแข็งแรง สามารถดำเนินชีวิตประจำวัน ประกอบอาชีพต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ และยังมีชีวิตที่ยืนยาวได้เฉกเช่นคนปกติทั่วไป ทั้งนี้ผู้ที่ติดเชื้อต้องดูแลสุขภาพตนเองอย่างถูกวิธีด้วยเช่นกัน |
|
| |
จะทราบได้อย่างไรว่าใครติดเชื้อเอดส์ |
|
| ขออภัย กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล |
|
|
| |
อะไรคือ "ความเสี่ยง" |
|
| ขออภัย กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล |
|
| |
ปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง |
| |
| ขออภัย กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล |
|
| |
ใครบ้างที่ควรไ้ด้รับการตรวจเลือด |
|
| ขออภัย กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล |
|
|
ตรวจเลือดหาเอชไอวีเอดส์ได้ที่ไหน |
|
| ขออภัย กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล |
|
| |
การตรวจเลือดมีวิธีการอย่างไร |
|
| ขออภัย กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล |
|
| |
ตรวจเลือดดีไม่ดีอย่างไร |
|
| ขออภัย กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล |
|
| |
ถ้าสงสัยว่าติดเชื้อควรปฏิบัติตัวอย่้างไร |
|
| ขออภัย กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล |
|
| |
เมื่อติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ ควรทำอย่างไร |
|
| ขออภัย กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล |
|
| |
|
The Poz Home Center © Copyright 2005 |
|
| |
|